ตอนนี้ผันตัวเองมาเป็นคุณครูอนุบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะเลยไม่เข้าใจตัวเอง

ว่าจบเอกภาษาจีนมาสอนคอมพิวเตอร์เพื่ออะไรกันหล่ะเนี่ย อืมม แต่เพื่อปากท้องค่ะ

ในตอนนี้เราต้องทำมัน ตอนนี้เป็นคุณครูที่โรงเรียนหนึ่งย่านจรัลาสนิทวงศ์

เด็กๆอนุบาลก็แสบใช่ที่เลย แววออกแต่เด็ก โตขึ้นจะเป็นงัยเนี่ย

 

ตอนนี้เลยต้องใช้สายตาอันเฉียบคมเป็นอาวุธ เด็กมาตั้งแถวเราก็จะยืนมองนิ่งๆ

ใช้สายตาสอดส่อง เด็กจากที่วุ่นวายกระตู้วู้กัน ก็เงียบลงในบัดดล ว้าวว!!!

คุณครูคนไหนอยากเอาไปใช้ไม่ว่ากัน แต่เน้นว่าหน้าต้องเหี้ยมนิดนึง 555

 

ชีวิตก็เรื่อยๆเปื่อยๆ เหงาบ้าง ไม่บ้างหล่ะ มากเลย ตอนนี้ก็รับรู้อะไรไปเรื่อยเปื่อย

แต่ก็ทนยอมรับมันไม่ได้อยู่ดี แต่สภาพจิตใจมันก็ค่อยๆบรรเทา ฮ้าาาาา บางที

ติดไปในคาบเรียนที่สอนเด็กก็มีบ้าง อยู่ๆก็มีอะไรลอยเข้ามาให้หัวเราต้องใช้ความคิด

เรื่องพวกนี้มันลำบากจริงๆที่จะเอามันออกไปในระยะเวลาสั้นๆ ไม่เคยทำได้จริงๆเลยหล่ะ

ปากจะบอกว่าทำให้ได้ แต่ใจเราไม่เคยทำตามเลยซักครั้งเดียว ง้าาา

 

ตอนนี้เราไขว่คว้าหาเวลาว่างมากเลย (มีใครบริจาคมั้ยคะ) สอนเสร็จก็กลับบ้านนอนแล้ว

เวลาจะทำอะไรมันก็ลดน้อยลงทุกที หึหึ นี่ยังไม่เปิดเทอมนะเนี่ย ถ้าเปิดเทอมจะขนาดไหน

ไม่น่าไปเรียนต่อเลยได้เรื่องทีเดียว แล้วนี่จะหาร่างไหนไว้สิงวิญญาณกันหล่ะ

เหนื่อยจริงๆๆร่างแทบหลุด

 

 

ขออภัยถ้าไม่ได้ไปอ่านไปหาที่บ้านใครนะจ๊ะ จะพยายามจ้าา 

d e l e t e

posted on 12 May 2009 02:00 by boebie

จบทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยมีระหว่างเราทั้งหมด เราคงจะไปห้ามให้เธอไม่ทำอะไรต่ออะไรไม่ได้
และเราเองก็หยุดความคิดของตัวเองไว้ยังไม่ได้เหมือนกัน เราเลยต้องลบ ลบเธอ
ออกไปจากชีวิต ทุกๆที่ ทุกๆอย่าง ที่เคยมี ตอนนี้มันหายไปหมดแล้ว
เพื่อไม่ให้ต้องเจอเธออีก เราก็ต้องทำต่อให้เสียใจมากแค่ไหนก็ต้องทำ
แม้แต่คำว่า เพื่อน เธอก็ทิ้งขว้างไป เราจึงไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องรับสถานภาพนี้
มาผูกพันไว้ที่ตัวเอง และตัวเธอเองก็รู้ดีว่าเธอคงไม่สามารถแบกภาระของเพื่อน
คนนี้ไว้ได้เท่ากับที่เธอ ออกปากเพียงแต่ก็แค่อะไรซักอย่างที่มันควรจะเรียก
คนสำหรับเราก็เท่านั้นเอง

เราทรมานตัวเองมากเกินไปกับความคิดที่โยงมาจากเธอ เราแค่พยายามอยากให้
เรามีวันดีๆที่มีเธอไว้ได้นานที่สุดแต่มันก็คงทำได้แค่นี้ เมื่อมันมาถึงวันที่เธอจะต้องเดินออกไป
เราคงไปห้ามอะไรไว้ไม่ได้ ห้ามได้อยู่อย่างเดียวคือห้ามใจและความคิดของตัวเอง
ไม่ให้มันแล่นเดินออกไปหาเธออีก เราคงต้องหยุดมันถึงแค่จุดนี้เท่านั้นพอ

เราต้องทำอะไรให้ตัวเองอีกบ้างในช่วงนี้ มันเหมือนกับวันแรกที่ต้องเจอเรื่องร้าย
ในตอนนั้น แต่มันเทียบกันไม่ได้เลย เพราะตอนนี้มันเจ็บจนชา และความรู้สึกก็ตีบตัน
เราลบเทอออกไปแล้ว เราพยายามลบออกไปให้ได้อย่างจริงจัง เราต้องขอร้อง
ให้เวลามาช่วยเยียวยาความรู้สึก ไม่อยากให้ความรู้สึกนี้ติดอยู่กับเราไปนานกว่านี้แล้ว
ครั้งนี้ต้องเป็นครั้งสุดท้ายซะทีที่จะต้องเจ็บ และมันจะเจ็บลึกกินเวลานานมากแค่ไหน
แต่มันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะชินและมันจะหายไปไม่เกิดขึ้นมาอีก เราภาวนาให้มัน
เป็นอย่างที่เราคิดและตั้งใจ ว่าชีวิตเราขาดเธอเราอยู่ได้ไม่ถึงกับตายเลยทีเดียว

ต่อไปเราจะเป็นแค่เพื่อน แต่เป็นเพื่อนร่วมโลกเท่านั้น เราคงแบกรับคำว่าเพื่อน
ที่เธอมอบให้ไม่ได้อีกต่อไป มันคงจะมีค่ามากเกินไปสำหรับเรากับเธอ
เวลาเจอหน้ากันก็คงไม่ได้เหมือนเดิมอีก หรือแม้แต่เวลาที่เราเคยให้กันมันก็จบแค่วันนี้
บทสนทนาระหว่างเรากับเธอมันจะเป็นครั้งสุดท้ายและจะไม่มีทางเกิดขึ้นมาได้อีกแล้ว
เราจะไม่จำเธอในฐานะคนที่เราเคยรักที่สุด แต่เราจะจำได้ว่าเธอเป็นแค่มนุษย์
คนหนึ่งบนโลกที่เราเคยผ่านเข้าไปในชีวิตและจากมา ครั้งหน้าเจอหน้ากันเราคงไม่ทัก
เราคงจะทำเป็นเหมือนกับว่าเราไม่รู้จัก และจะไม่มีอะไร อะไร เกิดขึ้นอีกต่อไปแล้ว

เราคงไม่ได้ร้องไห้จนตัวเองเป็นบ้า และไม่ได้ทรมานตัวเองจนต่อมความคิดขาดหาย
แต่เป็นปฏิกริยาของคนคนนึงที่จะทำได้กับเรื่องร้ายๆแบบนี้ที่เกิดขึ้น มันยากเกินกว่า
จะยอมรับและปรับตัวได้ทัน ถึงต่อให้เวลาเดินผ่านไปนานเท่าไหร่ เราก็คงจะไม่
ยอมรับความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้อยู่ดี ใครจะคิดว่าเราเป็นคนใจแคบยังไงก็ช่าง
แต่เราคงจะไม่ต้องมานั่งเสียใจอีกถ้าหากเราเลือกทางเดินต่อไปจากนี้เป็นแบบนี้
มันคงจะดีกับเราและใครซักคนบนโลกที่เดินเข้ามาในชีวิตฉันแล้วตัดสินใจ
เดินจากไป...

เครียด เครียด เครียด แล้วก็เครียด ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าการหางานทำไม
มันจะต้องเครียดกันถึงขนาดนี้ บางคนบอกว่ามันเป็นช่วงของจังหวะของชีวิต
บางคนบอกว่ามันเป็นเรื่องของดวง รอสักพักงานก็มาหาเราเอง

คิดแบบนั้นกันจริงหรือ ??

ขอเอาหัวชนฝาให้ตู้เย็นขนาด 16 คิว หล่นทับก็ยืนยันว่ามันไม่เกี่ยว
ทุกเรื่องคนไทยเอาไปผูกกับดวงหมดเลยแม่เจ้า !!!
ถ้ามันเป็นแบบนั้นก็คงดีเหมือนกันเพราะจะได้ไปหาอาจารย์ดังๆทำบุญสะเดาะห์เคราะห์
แล้วเสริมดวงสักหน่อย พอทำเสร็จ งานวิ่งชน ตุ้มต้าม !! โอ้อันนั้นคงจะดีไม่ใช่น้อย

ข้าพเจ้ามิได้หลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์แต่อย่างใด แต่ทำไมงานจะมาเพราะดวงแรงกันหล่ะ

ก็คงต้องดั้นด้นหากันต่อไปอย่างขะมักเขม้น ส่วนเพื่อนๆใครที่หางานยังไม่ได้ก็สู้ๆนะ
มาเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน (นัยน์ตาเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาคลอเบ้า T-T)
ส่วนใครที่โดนเรียกไปสัมภาษณ์ก็โชคดีนะ ระวังบริษัทหลอกลวงให้เดินไปขายสินค้า
ตามบ้านด้วยหล่ะ โชคดีที่ไหวตัวทัน เลยไม่โดน เป็นโชคไป (น่านเข้าเรื่องเหนือธรรมชาติอีกแล้ว)

-- -- --

ขอขวัญหลงสงกรานต์หน่อย (นานไปมั้ย) อืม วันที่ 14 เป็นวันครอบครัว บ้านที่แสนจะอบอุ่น
ประกอบไปด้วย พ่อแม่ ลูก 3 คน นั่งทำหมูกระทะ แต่ด้วยที่ไม่มีอะไรกินเสริม
เป็นอันให้ต้องไปหา option เสริมนอกบ้าน ไปตลาด ใช่แล้ว!! ไปตลาดตอนช่วงสงกรานต์

อันเราเป็นลูกสาวคนโตต้องนั่งรถไปปกป้องความบริสุทธิ์ของพ่อบังเกิดเกล้า ผู้ไม่เคย
ผ่านมือสาวใดในเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างทาง น่ากลัวมาก กึ๋ย....ยย
มีแต่รถกะบะเต็มไปหมดเลย แล้วก็เด็กวัยรุ่น(มั้ง) อยู่ท้ายรถสาดน้ำใส่ประตูบ้านระหว่างทาง
อย่างเมามัน ย้ำ เมามัน ก็พี่แก เล่นเอาเบียร์ทั้งลังไว้บนรถ มันจะไม่เมามันได้ยังไง

พ่อก็ขับรถไปอย่างหาญกล้า ผ่านสมรภูมิร้อยศพ ไปได้อย่างหวุดหวิด จนแล้วจนรอด
อีก 100 เมตรถึงตลาด ....โครม!!!! เปียกกันทั้งพ่อลูก..... พ่อเลยจอดรถ

เดินไปหา..ต้นตอของน้ำ

เดินไป ..

และเดินไป..

"ไม่เห็นเหรองัยว่าไม่ได้เล่นด้วย โบกมือห้ามแล้วไม่เข้าใจเหรอ"
เด็กน้อยผู้ตกเป็นโจทก์หน้าซีดทันที "สงกรานต์ครับลุง"

"พูดไม่รู้เรื่อง ถ้าสาดแบบนี้แล้วรถคว่ำทำยังไง"
ผู้ใหญ่บ้านเด็กคนนั้นออกมาเสริมทัพ "สงกรานต์ครับพี่"

"สงกรานต์บ้าบออะไร คนจะตายเอาถ้ารถคว่ำ จะสงกรานต์ต่อที่โรงพยาบาลมั้ย?"
ด้านหลังเราต่อเอง ....

แค่เป็นคนซ้อนท้ายยังตกใจเลยที่น้ำพุ่งเข้าลูกกะตาแบบนั้นแล้วพ่อ
เป็นคนขับอยู่ด้านหน้าถ้าตกใจเหมือนเรามีหวังคว่ำทั้งพ่อทั้งลูกไม่เหลือชิ้นดีแน่นอน
แม่กับน้องที่บ้านคงคอย option เสริมอย่างละเหี่ยใจอยู่บ้านแน่นอน

 ระวังกันเถิดคนไทย อย่าให้มันสนุกจนเกินคำว่า" พอดี " เลย

พอขากลับจากซื้อของเสร็จไม่น่าเชื่อ เราต้องทำหน้าที่เหมือนนางสาวเชียงใหม่
ที่นั่งอยู่บนรถบุผผาชาติ โบกไม้โบกมือให้กับคนที่เล่นสงกรานต์ข้างทาง ว่าไม่เอา

เหอะๆๆๆๆ น่ากลัวเหมือนกันนะ อย่าทำเป็นเล่นไปวัยรุ่นเอ๋ย (เอ๊ะ ! เราก็วัยรุ่นนิ พูดซะแก่)